👅ประวัติของปลากระป๋อง👃
💀ประวัติศาสตร์ของปลากระป๋องจริงๆแล้ว ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 200 ปีที่แล้ว ในปี พ.ศ. 2338 ในยุคสมัยของนโปเลียน ที่เขามักเจอปัญหาอาหารบูดเน่า
เวลานำทหารออกไปรบในที่ไกลๆเป็นประจำนโปเลียนจึงได้ประกาศว่า
“หากใครสามารคิดค้นวิธีเก็บรักษาอาหารได้เป็นเวลานาน สามารถพกพาเดินทางไกลได้
จะให้รางวัลเป็นจำนวน 2,000 ฟรังก์” หรือประมาณ 5.25 ล้านบาท เมื่อเทียบเป็นเงินไทยในปัจจุบัน ผ่านไป 15 ปี นาย นิโคลัส อัพเพิร์ต
(Nicolas Appert) คนขายลูกกวาดชาวฝรั่งเศส
ก็ได้คิดค้นวิธีถนอมอาหารโดยการนำอาหารสด พวกผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์
มาบรรจุลงในเหยือกแก้วแล้วไปต้มในน้ำเดือด
ซึ่งทำให้สามารถเก็บรักษาอาหารไว้ได้นานเป็นปีโดยไม่บูดได้เป็นครั้งแรก เขาจึงได้รับเงินรางวัลจากนโปเลียนและได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของอาหารกระป๋องของโลก
(The Father of Canning)ต่อมา ในช่วงปี 2373 -2383 หลายๆประเทศ เช่น สกอตแลนด์ แคนาดา และ สหรัฐอเมริกา
ก็ได้เริ่มพัฒนาต่อยอดนำปลาสดมาบรรจุลงในกระป๋องมาวางขาย เกิดการทำเป็นเชิงพาณิชย์ขึ้นครั้งแรก
โดยได้ใช้ปลาแซลมอนในการผลิต💨
💢ภายหลัง
คนเริ่มนิยมบริโภคปลากระป๋องกันมากขึ้น ดังนั้น
เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้ตอบสนองกับความต้องการ จึงได้มีการนำปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน
หรือ ปลาแมกเคอเรล มาทำเป็นปลากระป๋องในซอสต่างๆ เช่น ซอสน้ำมันมะกอก น้ำเกลือ หรือ
ซอสมะเขือเทศ ทดแทนในเวลาต่อมา💅
💣โดยเฉพาะปลาซาร์ดีนนั้น
ถือว่าเป็นปลาที่ค่อนข้างเหมาะสมกับการทำปลากระป๋องมากที่สุด
เนื่องมีขนาดลำตัวยาวพอเหมาะ ประมาณ 20 เซนติเมตร และมีจำนวนมากมายมหาศาล
แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2523-2533 การทำประมงจับปลาซาร์ดีนในทะเลทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมาก
จนมีปริมาณเกือบ 14 ล้านตันต่อปี จากเดิมในปี
2493
ที่อยู่แค่ราว 1.1 ล้านตันต่อปีเท่านั้น
ในปัจจุบันปริมาณการจับปลาซาร์ดีนได้ลดลงเหลืออยู่ราว3-4 ล้านตันต่อปี
เนื่องจากมีกฎหมายควบคุมการทำประมงที่มากเกินความจำเป็น (Over
Fishing)😍
ซึ่งจุดเริ่มต้นของปลาซาร์ดีน หรือ
ปลาแมกเคอเรล ในซอสมะเขือเทศ ที่เราคุ้นเคยจริงๆแล้วนั้น
ไม่มีหลักฐานหรือบันทึกที่ชัดเจน แต่คาดว่ากำเนิดขึ้นในประเทศสเปนและอิตาลี
โดยความแตกต่างระหว่างปลาทั้งสองชนิดนี้
ก็คือ ปลาซาร์ดีนจะเป็นกลุ่มปลาหลังเขียว มีรูปร่างเพรียวยาว ลำตัวกลม
มีเกล็ดใหญ่และหยาบ มีกลิ่นทะเล เนื้อนิ่ม และรสชาติหวาน
ส่วนปลาแมกเคอเรลนั้น จริงๆแล้ว คือ ปลาทู (Short-Bodied Mackerel) ที่มีขนาดเล็กและไม่ได้ขนาด ผิวมีลักษณะเป็นเกล็ดละเอียดสีเงินมันวาว โดยจะมีเนื้อแน่นและมีความมันมากกว่าปลาซาร์ดีน😡
ส่วนปลาแมกเคอเรลนั้น จริงๆแล้ว คือ ปลาทู (Short-Bodied Mackerel) ที่มีขนาดเล็กและไม่ได้ขนาด ผิวมีลักษณะเป็นเกล็ดละเอียดสีเงินมันวาว โดยจะมีเนื้อแน่นและมีความมันมากกว่าปลาซาร์ดีน😡
ปัจจุบัน ตลาดปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศของประเทศไทยมีส่วนแบ่งการตลาด
คือ ปลากระป๋องตราสามแม่ครัว 30-40% ปลากระป๋องโรซ่า 15% ซูเปอร์ซีเชฟ 10% และยี่ห้ออื่นๆ 35-45%💅
ปลากระป๋องสามแม่ครัวได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี
2516
โดยคุณ สุวัฒน์ อุดมบัณฑิตกุล
พร้อมกับเพื่อนอีก 5 คน โดยที่ยังไม่มีประสบการณ์การทำธุรกิจ
หรือเงินทุนใดๆเลย ซึ่งคุณสุวัฒน์ได้ให้เหตุผลเอาไว้ว่า
“ในตอนนั้นเขามีอาชีพทำงานเป็นลูกจ้าง ถ้าแก่ตัวไปจะต้องถูกเลิกจ้างอย่างแน่นอน
เลยยอม “เสี่ยงตาย” ออกมาทำธุรกิจดีกว่า”💋
ซึ่งต่อมา
สามแม่ครัวได้จดทะเบียนเป็นบริษัทเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ปี 2517 ในชื่อ “บริษัท รอแยลฟู้ดส์ จำกัด” ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ก่อนจะมาเป็น 200 ล้านบาทในปัจจุบัน💑
ผ่านมา 44 ปี ปัจจุบันสามแม่ครัว
ได้เติบโตกลายมาเป็นบริษัทปลากระป๋องเบอร์ 1 ของประเทศ มียอดขายมากกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี ทำธุรกิจปลากระป๋องครบวงจร ตั้งแต่
ทำฟาร์มมะเขือเทศ ผลิตซอส ไปจนถึงโรงงานผลิตกระป๋อง🙏

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น